Sponge เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับแปรงสีสัน ยาสีฟัน สูตรยาสีฟันธรรมชาติ และการแปรงฟัน

Sponge เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับแปรงสีสัน ยาสีฟัน สูตรยาสีฟันธรรมชาติ และการแปรงฟัน


 

คุณรู้หรือไม่??  ยาสีฟันอาจเป็นสาเหตุของกลิ่นปากและอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายเรา !!!!

เรียบเรียงจาก Sponge ฉลาดสุดๆ

โดยนางสาวนัจญมา พิศสุพรรณ ชั้น ม.403 เลขที่ 14

นางสาวสุภาวดี จันทสุวรรณ ชั้น ม.403 เลขที่ 15

โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช ครูที่ปรึกษา ครูเชาวน์ สุวรรณชล

 แปรงสีฟัน

นำมาเช็คสภาพแปรงสีฟันที่ใช้ประมาณ 1 เดือน (เก็บในห้องน้ำ) พบว่า มีจุลินทรีย์อยู่มากมาย !!

เชื้อจุลินทรีย์ที่พบ ได้แก่

1. เชื้อจุลินทรีย์ทั่วไป ลักษณะกลมๆ ไม่ไปไหน

2.เชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคปริทันต์ได้ มีลักษณะเรียวยาวขยับไปมา

การเก็บรักษาแปรงสีฟัน

–         สิ่งสำคัญที่สุด คือ ไม่ควรให้สัมผัสกับแปรงสีฟันอันอื่น และเก็บไว้ในที่ที่สะอาด มีการระบายอากาศที่ดี 

–         ในกรณีที่เก็บไว้ในห้องน้ำ   ควรเก็บไว้ในจุดที่อากาศถ่ายเทสะดวก เช่น ใกล้ประตูหรือใกล้พัดลมระบายอากาศ

เสริม  1) การฆ่าเชื้อและการทำให้แห้งเพื่อความสะอาดของแปรงสีฟันคือสิ่งจำเป็น

           2) หลังใช้แปรงสีฟัน ควรสะบัดน้ำออกและเช็ดด้วยผ้าขนหนู

          3) เก็บไว้ในที่ๆไม่มีความชื้น และเก็บห่างๆจากแปรงสีฟันอื่น

วิธีฆ่าเชื้อจุลินทรีย์บนแปรงสีฟัน : แกว่งแปรงสีฟันในน้ำผสมเกลือหรือน้ำผสมเบคกิ้งโซดา

 ยาสีฟัน

         ความลับของยาสีฟัน คือ ในยาสีฟันมีส่วนประกอบหลายอย่าง เช่น  ผงขัดฟัน  สารลดความตึงผิว  สารเชื่อมหรือน้ำยาประสาน  สารกันความชื้น  รวมทั้งสารแต่งกลิ่น  สารให้ความหวาน  สารแต่งสี  สารกันบูด  เป็นต้น

         ส่วนประกอบอีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจของยาสีฟัน คือ สารลดความตึงผิวสังเคราะห์ ที่มีชื่อว่า สารโซเดียมเริลซัลเฟต SLS (Sodium LaurySulfate) ซึ่งเป็นสารชนิดหนึ่งที่อยู่ในแชมพูและผงซักฟอก

สารลดความตึงผิวมีโทษ

1) ทำให้เกิดโรคผิวหนังอักเสบหรือปากอักเสบได้

2) ทำให้สารเคมีอื่นๆ เข้าสู่ร่างกายได้ง่าย

การตรวจหาปริมาณสารตึงผิว 

1) ชั่งน้ำหนักของยาสีฟันที่ใช้ตามปกติแล้วแปรงฟัน

2) รวบรวมน้ำที่บ้วนออกมาหลังแปรงฟันและปริมาณยาสีฟันที่เหลืออยู่บนแปรงสีฟัน

3) ลบปริมาณยาสีฟันที่เหลือออกจากปริมาณยาสีฟันที่ใช้

* ในกรณีของผู้ใหญ่ชาวเกาหลี ถ้าบ้วนปากเฉลี่ย 4 ครั้ง แสดงว่ากินสารลดความตึงผิวไปเฉลี่ย 7.5 mg

 หากเราบริโภคสารลดความตึงผิวในยาสีฟันเข้าไปมากๆ !!?!!

          เมื่อเราบริโภคสารลดความตึงผิวเข้าไป จะเกิดผลเช่นเดียวกับการกินสบู่หรือผงซักฟอก  เพราะมันจะทำให้ผิวหนังหรือเยื่อเมือกระคายเคือง แล้วทำให้ไขมันของชั้นเมือกในกระเพาะอาหารหลุดออก  จากนั้นเข้าไปละลายผนังเซลล์ จนทำให้เกิดโรคกระเพาะอักเสบ  อาการระคายเคืองกระเพาะอาหารหรือเกิดปัญหาทางเดินอาหาร  ซึ่งหลายงานวิจัยจะยืนยันว่า  สารนี้ส่งผลทำให้การทำงานของเอนไซน์ต่างๆลดลง หรือทำลายเม็ดเลือดขาวได้

ข้อควรระวังของยาสีฟัน

1)   ในกรณีที่ผู้ใช้เป็นเด็ก ควรอยู่ในการแนะนำของผู้กำกับดูแล

2)    ถ้ากินยาสีฟันเข้าไปในปริมาณมาก  ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

วิธีทำยาสีฟันที่ไม่มีสารลดความตึงผิว (ยาสีฟันธรรมชาติ)

วัตถุดิบ  – เกลือไม้ไผ่ สำหรับฆ่าเชื้อโรค

 – ผงถ่าน สำหรับช่วยขัดฟันให้ขาวสะอาด

 – ผงแซนแทนกัม สำหรับช่วยควบคุมความหนืดของยาสีฟัน

 – เบคกิ้งโซดา สำหรับช่วยทำความสะอาดของเสียที่ฟัน

 – กลีเซอรีน สำหรับช่วยยืดอายุการใช้งาน

 – น้ำมันเมนทอลเอซเซนเชียล สำหรับช่วยในการแต่งกลิ่น

วิธีทำ      1) ผสมเกลือไม้ไผ่ ผงถ่าน และผงแซนแทนกัมลงในแก้วอย่างละ 5 ซีซี

               2) ใส่เบคกิ้งโซดาและดินขาวลงไปอีกอย่างละ 15 ซีซี

               3) ใส่กลีเซอรีนลงไป 15 มิลลิกรัม       

               4) หยอดน้ำมันเมนทอลเอซเซนเชียล 5 หยด 

               5) กวนผสมวัตถุดิบทุกอย่างให้เข้ากัน

เราก็จะได้เป็นยาสีฟันธรรมชาติใส่ในหลอดพร้อมใช้งาน ^^          

ความแตกต่างของยาสีฟันธรรมชาติ กับยาสีฟันทั่วไป

1.ถ้าแปรงด้วยยาสีฟันธรรมชาติจะรู้สึกไม่ค่อยดี เหมือนแปรงกับเกลือ ไม่มีฟอง  แต่ถ้าแปรงกับยาสีฟันธรรมดา จะรู้สึกสะอาด

2.หลังจากแปรงด้วยยาสีฟันธรรมชาติ รสเปรี้ยวจะกลายเป็นรสหวาน  แต่ถ้าแปรงกับยาสีฟันธรรมดา รสหวานจะกลายเป็นรสขม

การบ้วนปากที่ถูกต้อง

ใช้น้ำเต็มแก้วแบ่งให้ได้ 5 ครั้ง  บ้วนปากใช้ทั้งหมด 2 แก้ว  หรือบ้วนปาก  10  ครั้ง  จึงจะทำให้ฟันสะอาดและปลอดภัยจากสารแรงตึงผิว

ระยะเวลาที่ใช้ในการใช้แปรงสีฟัน

แม้ผลจะออกมาว่าแปรงสีฟันไม่สะอาด  ก็ไม่จำเป็นต้องรีบทิ้งแปรง  แต่ทำให้แห้งหลังใช้แปรงจะสะอาดขึ้น  สิ่งสำคัญคือ ระยะเวลาการใช้แปรงสีฟันอันหนึ่ง โดยทั่วไปจะพบกันอยู่แล้วว่าอยู่ที่3เดือน  สาเหตุของแปรงสกปรก คือ พอแปรงเสร็จก็เก็บแปรงใส่กล่องทั้งๆที่เปียกอยู่ต้องทำให้แห้งก่อน

ส่วนประกอบของยาสีฟัน

ส่วนประกอบของยาสีฟันคือผงขัดฟันและผงทำความสะอาด    ผงขัดฟันเรียกง่ายๆก็คือทรายที่ละเอียดมากๆ   ผงแป้งบดละเอียดที่มีลักษณะเหมือนผงทรายจะช่วยขัดคราบไคลและสิ่งสกปรกออก   ส่วนสารทำความสะอาดจะเข้ามาช่วยในการกำจัดคราบบนผิวฟัน

ทำไมผงขัดฟันจึงมีหลายชนิด?

ยาสีฟันที่มีฤทธิ์ในการขัดแรงๆเหมาะสำหรับผู้ที่มีเชื้อจุลินทรีย์บนผิวฟันเยอะและรู้สึกว่าช่องปากไม่ค่อยสะอาด   แต่ถ้าเป็นคนที่เหงือกผิวฟันอ่อนแอต้องใช้ยาสีฟันที่มีฤทธิ์ในการขัดอ่อนๆ

การใช้ยาสีฟันที่มีฤทธิ์ในการขัดแรงหรืออ่อนขึ้นอยู่กับสภาพช่องปากของเราแต่ละคน

การใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของผงขัดฟันที่มีฤทธิ์แรงไปนานๆ

ขนาดและลักษณะของผงขัดฟันอาจทำให้ฟันส่วนหนึ่งถูกทำลายหรือสึกได้   เมื่อใช้ไปนานๆ  ส่วนของฟันที่บอบบางก็อาจจะเกิดริ้วรอยได้  ในกรณีที่ฟันไม่ค่อยแข็งแรงอย่างเช่น ฟันของเด็ก  อาจทำให้ส่วนของรากฟันสึกได้ง่าย

การแปรงฟันโดยถูกวิธี

โดยทั่วไปแล้วคนเรามักจะถูหรือแปรงในด้านในเพราะมันง่ายและสบาย   แต่ถ้าแปรงฟันในแนวขวางอย่างเดียวผงขัดฟันที่อยู่ในยาสีฟันอาจทำให้ฟันสึกได้    ดังนั้น ควรแปรงในแนวดิ่ง คือ ปัดแปรงจากบนลงล่าง และล่างขึ้นบน พูดง่ายๆก็คือ  ปัดจากเหงือกจึงจะเรียกว่าแปรงฟันอย่างถูกวิธี

1.ฟันบน  ปัดแปรงจากบนลงล่าง

   ฟันล่างปัดแปรงจากล่างขึ้นบน

2.ด้านหน้าของฟันหน้า   ให้ตั้งแปรงแล้วค่อยปัดลง

3.ด้านหลังของฟันหน้า    ปัดแปรงจากด้านในออกด้านนอก

4.แปรงลิ้นและเพดานปากที่มีเชื้อจุลินทรีย์อยู่เยอะด้วย

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s